วันที่ 25 ตุลาคม 2568 สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDAA) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยมีตัวแทนจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าร่วม
ในงาน ประธานสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยคนปัจจุบัน นางสาว กมลชนก ศิริวิไล กล่าวเปิดการประชุมและเน้นย้ำบทบาทของสมาคมในการเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อสร้างมาตรฐานด้านกฎเกณฑ์ เทคโนโลยี และการคุ้มครองผู้ลงทุน ขณะที่คุณ พีรเดช ตันเรืองพร (อดีตนายกสมาคมฯ) เข้าร่วมในฐานะผู้ให้คำปรึกษาและนำเสนอข้อเสนอแนวทางการกำกับดูแลเชิงปฏิบัติการ
กิจกรรมหลักของวันประกอบด้วยการเสวนาเรื่องกรอบนโยบายการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล การบรรยายด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ปลอดภัย และเวทีหารือมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุน ที่สำคัญ ก.ล.ต. ได้ออกแถลงการณ์เชิงนโยบายร่วมกับ TDAA ระบุแนวทางการปรับปรุงระบบการรายงานธุรกรรมและการกำกับดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์มภายใน 6 เดือนข้างหน้า เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและลดความเสี่ยงด้านการฉ้อโกง
แถลงการณ์จากนายสมบัติ ประเสริฐศรี รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า การทำงานร่วมกับสมาคมฯ จะมุ่งไปที่การพัฒนามาตรฐานการรายงานข้อมูลผู้ประกอบการ การกำหนดแนวปฏิบัติด้านการประเมินความเสี่ยงทางไซเบอร์ และการขยายช่องทางให้ความรู้แก่ผู้ลงทุนรายย่อย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติเพื่อแจ้งเตือนล่วงหน้า
ด้านข้อเสนอจาก TDAA รวมถึงแผนการจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานความร่วมมือด้านสินทรัพย์ดิจิทัล” ในกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการกับหน่วยงานกำกับดูแล และจัดโปรแกรมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่กำกับดูแลเพื่อเพิ่มความเข้าใจเชิงเทคนิคของสินทรัพย์ดิจิทัล
ผู้เข้าร่วมงานระบุว่ามาตรการที่ประกาศครั้งนี้มีแนวโน้มส่งผลต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและนักลงทุนในด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และการรายงานมากขึ้น โดยแพลตฟอร์มจะแสดงข้อมูลการดำเนินงานและมาตรการควบคุมความเสี่ยงต่อผู้ใช้บริการอย่างชัดเจน ในขณะที่นักลงทุนอาจเห็นการเพิ่มขึ้นของข้อมูลเชิงโปร่งใสที่ช่วยในการตัดสินใจลงทุน
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนสมาคมฯ ยอมรับว่าการนำมาตรการดังกล่าวไปปฏิบัติจริงจะต้องอาศัยระยะเวลาและการร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยตั้งกรอบการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน (1-3 เดือน) สำหรับมาตรการด้านการรายงานและการแจ้งเตือน ระยะกลาง (3-6 เดือน) สำหรับการทดสอบระบบเทคโนโลยี และระยะยาว (6-12 เดือน) สำหรับการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและการปรับปรุงกรอบนโยบาย
สำหรับผลกระทบต่อตลาด ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมการเสวนา ตั้งข้อสังเกตว่าในระยะสั้นอาจเกิดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ แต่ในระยะยาวคาดว่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและลดความเสี่ยงระบบิกภาพ (systemic risk) ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย
ปิดท้ายงาน สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยประกาศแผนการจัดประชุมติดตามความคืบหน้าในเดือนมกราคม 2569 เพื่อประเมินผลการดำเนินงานตามกรอบที่วางไว้ โดยนัดหมายการประชุมร่วมกับตัวแทน ก.ล.ต., กระทรวงการคลัง และตัวแทนภาคเอกชนอีกครั้ง
ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือเอกสารประกอบการประชุมสามารถติดต่อสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ณ กรุงเทพมหานคร หรือติดตามประกาศผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของสมาคมและ ก.ล.ต.
