ภาษีคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทยกำลังจะถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ! Cryptothaicenter.com รายงานการเปิดเผยสุดฮือฮาจากแหล่งข่าวใกล้ชิดกรมสรรพากรที่เผยว่า “ระบบตรวจสอบภาษีเทรดคริปโตฯ แบบเรียลไทม์” กำลังจะถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2026 พร้อมกับกฎหมายลูกฉบับใหม่ที่มุ่งจัดระเบียบตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้เข้มข้นกว่าเดิม โดยมีข่าวลือสะพัดว่ามาตรการเหล่านี้ได้รับแรงผลักดันจากความกังวลเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีและมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามที่สำคัญตามมา: ปี 2026 จะเป็นปีทองของการผ่อนปรน หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการควบคุมที่เข้มงวดกว่าเดิม? แหล่งข่าววงในระบุว่า กรมสรรพากรได้ซุ่มพัฒนาระบบ AI ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการซื้อขายจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อคำนวณและประมวลผลภาษีได้ทันที ทำให้การตรวจสอบความถูกต้องของการยื่นภาษีทำได้ง่ายขึ้นมาก สิ่งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อ “ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ผู้บุกเบิกวงการคริปโตไทย และนักลงทุนรายย่อยทุกคนที่กำลังจับตาความเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิด
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ส่งสัญญาณหลายครั้งถึงความตั้งใจที่จะเข้ามามีบทบาทในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้รัดกุมมากขึ้น การนำระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์มาใช้จึงถือเป็นการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายภาษีคริปโตใหม่ ซึ่งอาจหมายถึงการสิ้นสุดยุคของการ “ผ่อนปรน” และเริ่มต้นยุคที่ “โปร่งใส” กว่าเดิมสำหรับทุกคน แน่นอนว่าคำถามที่ว่า “เทรดคริปโตต้องเสียภาษีอย่างไร” ในปี 2025 จะมีคำตอบที่ชัดเจนขึ้นและไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป
นักวิเคราะห์มองว่า การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐบาลและสร้างความเท่าเทียมในการจัดเก็บภาษี แต่อีกด้านหนึ่ง ก็อาจส่งผลกระทบต่อนักลงทุนรายย่อยบางกลุ่มที่อาจไม่คุ้นชินกับการยื่นภาษีที่ซับซ้อนขึ้น หรือมีความกังวลเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าในระยะยาว ความชัดเจนของกฎหมายภาษีคริปโตใหม่ 2026 จะช่วยสร้างความมั่นใจและดึงดูดนักลงทุนสถาบันเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวม
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนคือการเตรียมตัวให้พร้อม “คู่มือการคำนวณและยื่นภาษีคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทย (2025)” ที่เคยเป็นคู่มือหลัก อาจต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ นักลงทุนควรเริ่มต้นทำความเข้าใจกฏเกณฑ์ใหม่ๆ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อวางแผนการลงทุนให้เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจดูน่ากังวล แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันคือโอกาสในการจัดระเบียบตลาดให้มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่ออนาคตของคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทย
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ อาจสร้างความผันผวนในตลาดระยะสั้น แต่ในระยะยาวแล้ว การมีกฎหมายและระบบภาษีที่ชัดเจนจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับวงการคริปโตไทย และทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคได้อย่างแท้จริง ทุกสายตาจับจ้องไปที่กรมสรรพากร ในขณะที่นักลงทุนทุกคนต่างรอคอยการประกาศอย่างเป็นทางการ และวิเคราะห์ทุกความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
