นักวิเคราะห์จากทั่วโลกต่างจับตามองสถานการณ์ของเหรียญมีมอย่างใกล้ชิด หลังจากการประกาศล่าสุดของนาย Elon Musk ที่กล่าวถึง Dogecoin ในงานสัมมนาเทคโนโลยีแห่งหนึ่งที่ซานฟรานซิสโกเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสการเทรดในตลาดคริปโตอย่างคึกคักอีกครั้ง ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คำพูดของมหาเศรษฐีผู้นี้มีอิทธิพลต่อราคาของเหรียญดังกล่าว ตอกย้ำให้เห็นถึงความผันผวนและความอ่อนไหวของตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสโซเชียลมีเดียเป็นสำคัญ
ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้ Dogecoin (DOGE) และ Shiba Inu (SHIB) ซึ่งเป็นสองเหรียญมีมที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนรายย่อยทั่วโลก ข้อมูลล่าสุดจาก CoinGecko พบว่าราคาของ Dogecoin ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 15% ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการกล่าวถึงของ Musk ในขณะที่ Shiba Inu ก็มีราคาเพิ่มขึ้นตามมาติด ๆ ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกระแสสังคมและมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัล
การพุ่งขึ้นของราคาเหรียญมีมเหล่านี้ได้จุดประกายคำถามสำคัญเกี่ยวกับกลไกการขับเคลื่อนตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่าปรากฏการณ์ “FOMO” (Fear Of Missing Out) หรือความกลัวที่จะพลาดโอกาส เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้นักลงทุนแห่เข้าลงทุน โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของเหรียญ ซึ่งเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเหรียญมีมจะมอบโอกาสในการทำกำไรอย่างมหาศาลในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงลิ่วเช่นกัน นายธนินท์ เจียมเจริญ นักวิเคราะห์อิสระด้านคริปโตเคอร์เรนซี ให้ความเห็นว่า “การลงทุนในเหรียญมีมนั้นคล้ายกับการเสี่ยงโชคมากกว่าการลงทุนจริง เนื่องจากราคาถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสความนิยมเป็นหลัก นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังและศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ” เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับในอนาคต มีแนวโน้มว่าเหรียญมีมจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ตราบใดที่โซเชียลมีเดียยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้คน แต่คาดการณ์ว่าสภาพตลาดอาจมีความผันผวนที่รุนแรงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและพิจารณาลงทุนในจำนวนที่เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสในรอบขาขึ้นครั้งใหม่นี้
นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากที่เคยพลาดโอกาสในขาขึ้นรอบที่แล้ว กำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและคาดการณ์อนาคตของเหรียญมีมกันอย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ในขณะที่ผู้คร่ำหวอดในวงการบางรายเริ่มถอนทุนออกไป เพื่อรอดูท่าทีและประเมินสถานการณ์โดยรวมอีกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจครั้งสำคัญในรอบการลงทุนครั้งต่อไป
